
บทสุดท้ายของตำนานในวงการฟุตบอลทีมชาติกำลังจะปิดฉากลง หลังจากคุมทีมมานาน 14 ปี กุนซือ ดิดิเยร์ เดส์ชองป์ จะนำทีมชาติฝรั่งเศสลงสนามเป็นครั้งสุดท้ายในเกมชิงอันดับสามฟุตบอลโลก 2026 การจากไปของเขาถือเป็นการปิดฉากช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสำเร็จ ซึ่งทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นมหาอำนาจของวงการฟุตบอลโลก
เดส์ชองป์ทิ้งมรดกทางประวัติศาสตร์ไว้ เขารับงานในปี 2012 เพื่อสร้างทีมใหม่หลังจากฟุตบอลโลก 2010 ที่วุ่นวาย และทำผลงานในฐานะกุนซือได้อย่างยอดเยี่ยม จากการคุมทีม 181 นัด เขาชนะ 118 เสมอ 35 และแพ้ 28 ภายใต้การนำของเขา ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018, รองแชมป์ในปี 2022, ชนะเลิศยูฟ่า เนชันส์ลีก 2020-21, ได้อันดับสามยูฟ่า เนชันส์ลีก 2024-25 และรองแชมป์ยูโร 2016 เขายังเป็นกุนซือที่คุมทีมชาติฝรั่งเศสมากที่สุดในประวัติศาสตร์
ความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของเขาทำให้เขาอยู่เคียงข้างกุนซือระดับตำนานคนอื่นๆ ของฝรั่งเศส:
เอเม่ ฌาเกต์: สร้างทีมขึ้นมาใหม่ในยุค 1990 โดยชนะ 34 เสมอ 16 แพ้ 3 จาก 53 นัด เขานำทีมชุดตำนานคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกของฝรั่งเศสในปี 1998
โรเจอร์ เลอแมร์: สืบทอดทีมจากฌาเกต์และคว้าแชมป์ยูโร 2000 และคอนเฟเดอเรชันส์คัพ 2001 เขาทำสถิติชนะ 34 เสมอ 11 แพ้ 8 จาก 53 นัด ก่อนจะลงจากตำแหน่งหลังจากตกรอบแบ่งกลุ่มในฟุตบอลโลก 2002
เดส์ชองป์ซึ่งเป็นกัปตันทีมชุดแชมป์ปี 1998 ของฌาเกต์ ได้สร้างยุคทองของตัวเองโดยมีคีลิยัน เอ็มบัปเป้เป็นแกนหลัก ร่วมกับผู้เล่นหลักอย่างอ็องตวน กรีซมันน์และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ เขาปลูกฝังเอกลักษณ์การแข่งขันที่ดุดัน ดังที่เห็นจากการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสในนัดชิงชนะเลิศปี 2022 กับอาร์เจนตินา โดยที่ซีเนดีน ซีดานคาดว่าจะเข้ามารับงานต่อ เดส์ชองป์ปิดตำนานการคุมทีมในฐานะกุนซือที่อยู่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส โดยทำให้ชาติอยู่บนจุดสูงสุดของวงการฟุตบอลโลกมานานกว่าทศวรรษ
หมายเหตุ: การโฆษณาบนเว็บไซต์ www.7mth.mobi จัดทำตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างฝ่ายสองฝ่ายตามสัญญา 7MTH ไม่รับประกันความเป็นจริงของข้อมูลโฆษณาดังกล่าว 7M ไม่รับผิดชอบในการซื้อขายหรือการทำธุรกรรมใดๆ ระหว่างคุณและลูกค้าโฆษณา
เวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย 7MTH.mobi © 2003-2026