Back to the old version
loading...
ข่าว > ลีกคัพอื่นๆ >
ข้อความหลัก

ยิ่งกว่าเกมฟุตบอล! อาร์เจนตินา บททดสอบที่ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ในศึกแห่งศักดิ์ศรีลูกหนัง

จันทร์, 13/07/2026 ที่มา www.siamsport.co.th

อังกฤษเตรียมปะทะอาร์เจนตินาในฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศที่แอตแลนต้า จับตาเมสซี่ดวลทัพสิงโตคำรามครั้งแรกในชีวิต ท่ามกลางประวัติศาสตร์ความแค้นที่รอการพิสูจน์
 

อังกฤษกับอาร์เจนตินาไม่ได้พบกันมานานกว่า 20 ปี แต่การห่างหายไม่ได้ทำให้ความเป็นคู่ปรับลดลงแม้แต่น้อย เพราะนี่คือหนึ่งในศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ดุเดือดที่สุดของวงการฟุตบอลโลก
 

เกมรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกที่เมืองแอตแลนต้าในวันพุธนี้ (เช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย) จะเป็นอีกบทหนึ่งของเรื่องราวที่ไม่ได้มีแค่ฟุตบอล แต่ยังเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งทางการเมือง และเหตุการณ์อันเป็นตำนานอย่างประตู "หัตถ์พระเจ้า" หรือ "แฮนด์ ออฟ ก็อด" (Hand of God) ของ ดีเอโก้ มาราโดน่า
 

ประเด็นสำคัญก่อนเกม
 

  • ครั้งแรกของเมสซี่: นี่จะเป็นครั้งแรกในอาชีพกว่า 20 ปีของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ได้ลงสนามพบกับทีมชาติอังกฤษ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อสำหรับนักเตะระดับตำนานเช่นเขา

  • เดิมพันรอบตัดเชือก: แม้เจ้าของบัลลงดอร์ 8 สมัย จะนำแชมป์เก่าอาร์เจนตินาลงดวลกับทีมของกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล บนเวทีเวิลด์ คัพ ในรอบตัดเชือก ซึ่งเป็นเกมที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับทั้งสองชาติ

  • เส้นทางสู่รอบรองฯ:

    • อังกฤษ: นี่คือการผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเป็นครั้งที่ 2 จากฟุตบอลโลก 3 ครั้งหลังสุด หลังจากก่อนหน้านั้นไม่เคยผ่านเข้ารอบนี้เลยนับตั้งแต่ปี 1990

    • อาร์เจนตินา: ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 7 และที่น่าทึ่งคือ พวกเขาผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้ทุกครั้งจาก 6 ครั้งก่อนหน้านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จบนเวทีโลกอย่างแท้จริง

ประวัติศาสตร์ความแค้นและสถิติที่น่าสนใจ
 

ความดุเดือดของคู่นี้มีรากฐานมาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะเหตุการณ์ในฟุตบอลโลกปี 1986 เมื่อ มาราโดน่า ทำประตู "หัตถ์พระเจ้า" และภายหลังยอมรับว่าความรู้สึกจากสงครามฟอล์กแลนด์มีส่วนผลักดันให้เขาต้องการ "ล้างแค้น" อังกฤษ
 

แม้เวลาจะผ่านมากว่า 40 ปี แต่ความเป็นอริระหว่างทั้งสองชาติยังคงอยู่ ทั้งในหมู่แฟนบอลและนักเตะ โดยหลังผ่านรอบก่อนรองชนะเลิศในฟุตบอลโลกครั้งนี้ นักเตะอาร์เจนตินายังร่วมร้องเพลงฉลองในห้องแต่งตัวที่มีการกล่าวถึง "มัลบินาส" ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวอาร์เจนตินาใช้เรียกหมู่เกาะฟอล์กแลนด์
 

สถิติการพบกันที่น่าจดจำ:
 

  • พฤศจิกายน 2005 (อุ่นเครื่อง): อังกฤษ ชนะ 3-2 จากประตูของ เวย์น รูนี่ย์ และ ไมเคิ่ล โอเว่น (เหมา 2 ประตู)

  • ฟุตบอลโลก 2002: เดวิด เบ็คแฮม ยิงจุดโทษพาอังกฤษเฉือนชนะ 1-0

  • ฟุตบอลโลก 1998: เกิดเหตุการณ์ เบ็คแฮม ถูกใบแดงจากการเตะ ดีเอโก้ ซิเมโอน่ ก่อนที่ "ทรี ไลอ้อนส์" จะพ่ายในการดวลจุดโทษ แม้ในเวลาจะเสมอกัน 2-2 ก็ตาม

  • ภาพรวม: อังกฤษเคยเอาชนะอาร์เจนตินาระหว่างเส้นทางสู่การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1966 ตลอดการพบกัน 14 ครั้ง อังกฤษเป็นฝ่ายคว้าชัย 6 นัด เสมอ 5 นัด และทัพ "ฟ้าขาว" ชนะ 2 นัด (นับผลในเวลา)

มุมมองและแรงจูงใจของทั้งสองทีม
 

อาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกมาแล้ว 3 สมัย (ปี 1978, 1986 และ 2022) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง "สภาพจิตใจของทีมผู้ชนะ" ได้อย่างชัดเจน พวกเขาคือทีมที่เต็มไปด้วยความเป็นนักสู้ มีหัวจิตหัวใจแบบทีมรองบ่อนที่พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์อยู่เสมอ
 

สำหรับอังกฤษ นี่คือบททดสอบที่ยากที่สุด เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับแชมป์โลกทีมล่าสุด แม้หลายคนจะมองว่าอาร์เจนตินาชุดนี้ไม่ใช่ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่พวกเขาก็รู้วิธีหาทางคว้าชัยอยู่เสมอ
 

ในขณะที่แฟนบอล "ฟ้าขาว" จำนวนมากกำลังเดินทางต่อไปยังเมืองแอตแลนต้าเพื่อร่วมเชียร์ทีมรัก และสร้างบรรยากาศกดดันสาวก "สิงโตสามตัว" อีกครั้ง แต่กระนั้นเมื่อคู่แข่งคืออังกฤษ บางสิ่งบางอย่างในตัวนักเตะอาร์เจนตินาจะถูกปลุกขึ้นมาเสมอ และพวกเขาจะลงสนามด้วยความพร้อมเต็มที่เพื่อรอเผชิญหน้ากับศึกแห่งศักดิ์ศรีนัดนี้