Back to the old version
loading...
ข่าว > ลีกคัพอื่นๆ >
ข้อความหลัก

7M-สถิติเดือด! ฮาลันด์ซัลโว 7 ตุง เปลี่ยนเป็นประตู 39% ชน เคน ศึกล้างตาตัดเชือกโลก 12 ก.ค. 69

เสาร์, 11/07/2026 ที่มา 7mth.com

เจาะลึก เวิลด์คัพ 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย : นอร์เวย์ พบ อังกฤษ 
วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 04.00 น. ถ่ายทอดสดทาง MONOMAX 
สนาม ฮาร์ด ร็อค สเตเดี้ยม (สนามกลาง) 

ศึกนี้คือโอกาสลุ้นหยุดทางแชมป์เก่าอาร์เจนตินา และทะยานสู่รอบรองฯ ที่รออยู่เบื้องหน้า หลังจากนอร์เวย์โค่นบราซิลมาได้ และอังกฤษก็ปราบเม็กซิโกในรอบ 16 ทีมตามลำดับ 

ความพร้อม นอร์เวย์ : ขุมกำลังฟูลทีม แนวรุกเปลี่ยนเกม 
สตาเล่ โซลบัคเค่น หมดห่วงเมื่อ ดาวิด โมลเลอร์ โวลฟ์ แบ็กซ้ายจากวูล์ฟส์ที่ถูกเปลี่ยนออกปลายเกมรอบที่แล้ว กลับมาซ้อมเต็มสูบและไร้ปัญหาใด ๆ ทำให้ขุนพลเต็มอัตราศึก พร้อมส่ง ออสการ์ บ็อบบ์ และ อันเดรียส เชลเดอรุป คู่หูซูเปอร์ซับที่เพิ่งจ่ายคนละหนึ่งแอสซิสต์ในนัดล่าสุด ลงมาเบียดแย่งตัวจริงจาก อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ และ อันโตนิโอ นูซ่า ด้าน เออร์ลิง ฮาลันด์ ยังอยู่บนเส้นทางดาวซัลโว หลังกดไปแล้ว 7 ประตู และเปลี่ยนโอกาสยิงเป็นสกอร์ได้ถึง 39% ซึ่งคือสถิติสูงสุดในบรรดาผู้เล่นที่สร้างโอกาสยิงอย่างน้อย 15 ครั้งในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ แกรี่ ลินิเกอร์ เคยทำไว้เมื่อปี 1986 

สภาพทีม อังกฤษ : ปัญหาแผงหลังบานปลาย เคนต้องแบกหนัก 
โธมัส ทูเคิ่ล หมดสิทธิ์ใช้งาน จาเรลล์ ควอนซาห์ แนวรับจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น หลังจากโดนใบแดงโดยตรงจากจังหวะเข้าปะทะหนักใส่ เฮซุส กายาร์โด้ ในเกมชนะเม็กซิโก แถมยังยื่นอุทธรณ์ไม่ผ่าน ทำให้ติดโทษแบนเพิ่มเป็น 2 นัด และจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้งแค่ในนัดชิงหากทีมทะลุถึงรอบนั้น เจด สเปนซ์ ที่ฟิตสมบูรณ์เต็มถังจึงมีโอกาสสูงที่จะออกสตาร์ตเป็นแบ็กขวา ข่าวร้ายซ้ำมาอีกเมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้รับบาดเจ็บข้อมือจากอุบัติเหตุชนป้ายโฆษณาระหว่างฉลองหลังจบเกม และต้องเข้ารับการผ่าตัด ทำให้ชวดลงสนามตลอดทัวร์นาเมนต์ที่เหลือ ขณะที่ มาร์ค เกฮี กับ เดแคลน ไรซ์ ซึ่งแยกซ้อมต่างหากตั้งแต่ต้นสัปดาห์ กลับมาลงซ้อมรวมได้แล้วเมื่อวันศุกร์ เช่นเดียวกับ รีซ เจมส์ ซึ่งพักแฮมสตริงจนพลาดการลงสนามมา 3 นัดติดต่อกัน 

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 
นอร์เวย์ (4-3-3): 1 ออร์ยาน นีลันด์ - 26 ยูเลียน ไรเยอร์สัน, 3 คริสโตฟเฟอร์ อาเยอร์, 17 ทอร์บียอร์น เฮกเก้ม, 5 ดาวิด โมลเลอร์ โวลฟ์ - 10 มาร์ติน โอเดอการ์ด (กัปตันทีม), 6 พาทริค เบิร์ก, 8 ซานเดอร์ เบอร์เก้ - 7 อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ, 9 เออร์ลิง ฮาลันด์, 20 อันโตนิโอ นูซ่า 
อังกฤษ (4-2-3-1): 1 จอร์แดน พิคฟอร์ด - 25 เจด สเปนซ์, 2 เอซรี คอนซ่า, 6 มาร์ค เกอี, 3 นิโก้ โอไรลี่ - 8 เอลเลียต แอนเดอร์สัน, 4 เดแคลน ไรซ์ - 7 บูกาโย่ ซาก้า, 10 จู๊ด เบลลิงแฮม, 18 แอนโธนี่ กอร์ดอน - 9 แฮร์รี่ เคน (กัปตันทีม) 

เปานำ เกลม็องต์ ตูร์แป็ง จากฝรั่งเศส 

มุมมองเกม 
นอร์เวย์มีจุดแข็งที่แนวรุกดุดัน แต่ก็เปิดช่องโหว่ในเกมรับไม่น้อย ส่วนอังกฤษภายใต้การคุมทัพของทูเคิ่ลพร้อมเล่นงานคู่แข่งด้วยเกมสวนกลับเร็ว กระนั้น หากพลาดแม้แต่ครั้งเดียวก็อาจโดน เออร์ลิง ฮาลันด์ ลงโทษในทันที คาดว่าทั้งสองทีมจะสู้กันได้อย่างสูสีและยากที่จะหาผู้ชนะภายใน 120 นาที ก่อนต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ โดยประสบการณ์ในเกมน็อกเอาต์ระดับเมเจอร์ของอังกฤษอาจเป็นตัวชี้ขาด 

ผลการแข่งขันที่คาด : นอร์เวย์ เสมอ อังกฤษ 2-2

ไปยังหน้าวิเคราะห์บอลของการแข่งขันนี้

ไปยังหน้าหลักของลีกที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันนี้

ไปยังหน้าโปรแกรมบอล

ไปยังหน้าผลบอลสด