Back to the old version
loading...
ข่าว > ลีกคัพอื่นๆ >
ข้อความหลัก

7M- วิเคราะห์ฟุตบอลโลก 2026 : ฝรั่งเศส พบ โมร็อกโก วันที่ 9 ก.ค. 69 ศึกรีแมตช์เดือด ชิงตั๋วรอบรองชนะเลิศ

พฤหัส, 09/07/2026 ที่มา 7mth.com

ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่ที่น่าจับตามองคือการพบกันระหว่าง ฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลก 2 สมัย กับ โมร็อกโก ที่จะลงสนามแข่งขัน ณ จิลเล็ตต์ สเตเดี้ยม เมืองบอสตัน โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้งหลังดวลกันในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022

โปรแกรมการแข่งขัน

รายการ : ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย
คู่แข่งขัน : ฝรั่งเศส พบ โมร็อกโก
เวลาแข่งขัน : 03.00 น.
ถ่ายทอดสด : MONOMAX และ MONOMAX SPORTS
สนาม : จิลเล็ตต์ สเตเดี้ยม (สนามกลาง)
ความพร้อมของฝรั่งเศส

ทัพ "ตราไก่" เพิ่งผ่าน ปารากวัย มาได้จากประตูชัยของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่สังหารจุดโทษเข้าไป ส่งผลให้ดาวยิงกัปตันทีมทำไปแล้ว 7 ประตูในฟุตบอลโลก 2026 เทียบเท่ากับ เออร์ลิง ฮาลันด์ และตามหลัง ลีโอเนล เมสซี่ เพียง 1 ประตูในการลุ้นตำแหน่งดาวซัลโว นอกจากนี้ เจ้าตัวยังสะสมสถิติยิงรวมในฟุตบอลโลกเป็น 19 ประตู พร้อมเดินหน้าลุ้นทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของรายการ

ด้านการจัดทีม ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ไม่น่าปรับเปลี่ยนตัวจริงมากนัก โดย มานู โกเน่ มีแนวโน้มได้ออกสตาร์ตแทน โอเรเลียง ชูอาเมนี่ ที่ยังไม่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บต้นขา หลังพลาดลงสนามและไม่ได้ฝึกซ้อมหลายวัน ขณะที่ มาร์กกุส ตูราม ยังคงหมดสิทธิ์ช่วยทีมจากปัญหาอาการบาดเจ็บ

ความพร้อมของโมร็อกโก

โมฮาเหม็ด วาห์บี ยังต้องลุ้นอาการของ อิสมาแอล ไซบารี แข้งใหม่ของ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งโชว์ฟอร์มเด่นในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ได้รับบาดเจ็บแฮมสตริงจนถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ช่วงต้นเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย หากไม่พร้อมลงสนาม ซูฟียาน ราฮิมี่ มีโอกาสได้รับหน้าที่ในแนวรุก

แนวรับยังต้องรอประเมินความฟิตของ ชาดี้ ริอาด ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมล่าสุด โดยมี เรดูอาน ฮาลฮาล ลงสนามแทน อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือ บราฮิม ดีอาซ ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังทำ 2 แอสซิสต์ในเกมชนะ แคนาดา ส่งผลให้เขากลายเป็นนักเตะแอฟริกันที่ทำแอสซิสต์ในฟุตบอลโลกมากที่สุดตลอดกาลด้วยจำนวน 4 ครั้ง และมีส่วนร่วมกับประตูของทีมชาติรวม 10 ประตูในปีนี้

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ฝรั่งเศส (4-2-3-1)
ไมค์ เมนญอง - ชูลส์ กุนเด้, ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่, วิลเลียม ซาลีบา, ลูกาส์ ดีญ - มานู โกเน่, อาเดรียง ราบิโอต์ - อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิ่ล โอลีเซ่, บรัดเลย์ บาร์กโกล่า - คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (กัปตันทีม)

โมร็อกโก (4-2-3-1)
ยาสซีน บูนู - อาชราฟ ฮาคิมี่ (กัปตันทีม), อิสซ่า ดิย็อป, ชาดี้ ริอาด, นูสแซร์ มาซราวี - นีล เอล อายนาวี, อายยุบ บูอัดดี้ - บราฮิม ดีอาซ, อัซเซดีน อูนาอี, บิลัล เอล คันนูส - ซูฟียาน ราฮิมี่

ผู้ตัดสิน : ฟาคุนโด้ เตโย่ (อาร์เจนตินา)

วิเคราะห์เกม

แม้โมร็อกโกจะเป็นทีมที่เล่นด้วยความมีระเบียบและพร้อมสร้างปัญหาให้คู่แข่ง แต่โดยภาพรวม ฝรั่งเศสยังดูเหนือกว่าในหลายด้าน ทั้งคุณภาพผู้เล่น ประสบการณ์ และความเฉียบคมในเกมรุก จึงมีโอกาสรักษาสถิติที่เหนือกว่าโมร็อกโกเอาไว้ และเบียดคว้าชัยเพื่อผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้รูปเกมตลอด 90 นาทีจะออกมาสูสีและต้องลุ้นกันอย่างหนัก

สกอร์ที่คาด : ฝรั่งเศส ชนะ โมร็อกโก 1-0

ไปยังหน้าวิเคราะห์บอลของการแข่งขันนี้

ไปยังหน้าโปรแกรมบอล

ไปยังหน้าหลักของลีกที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันนี้

ไปยังหน้าผลบอลสด