
เปลี่ยนวิกฤติ ให้เป็นโอกาส
เปลี่ยนวิกฤติ ให้เป็นโอกาส ฟุตบอลโลก 2026 กำลังดวลแข้งในรอบน็อคเอาท์ กันอย่างเข้มข้น
เปลี่ยนวิกฤติ ให้เป็นโอกาส
ฟุตบอลโลก 2026 กำลังดวลแข้งในรอบน็อคเอาท์ กันอย่างเข้มข้น
2 ทีมตัวเต็ง ทั้ง “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน กับ “อัศวินสีส้ม” ฮอลแลนด์ พลิกพ่ายทีมรอง อย่าง ปารากวัย และ โมร็อกโก ด้วยการดวลจุโทษ
กระเด็นตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายไปแล้ว อย่างชีช้ำกะหล่ำปลี ชนิด “เซียนอยู่รู หมูขึ้นตึก” กันเป็นทิวแถว
ขณะที่ “เต็งแชมป์” ทีมชาติฝรั่งเศส ยังร้อนแรงไม่เลิก ล่าสุดไล่ถล่ม สวีเดน ขาดลอย 3-0
จากการซัดเบิ้ลของ “ท่านประธานเป้” คีเลียน เอ็มปับเป้ กัปตันทีมตราไก่ ที่ตะบันไปแล้วครึ่งโหล นำเป็นดาวซัลโวสูงสุด
ร่วมกับ ซูเปอร์สตาร์ฟ้าขาวจอมเก๋า ลีโอเนล เมสซี่ ที่กระหน่ำตาข่ายคู่ต่อสู้มันทุกนัด ชนิดลืมวัยเฉียดเลข4 ของตัวเองไปเลย
ก็ต้องมารอดูกันครับว่า สุดท้ายปลายทางของเวิลด์คัพครั้งนี้ จะเป็นชาติใด?กันแน่
ที่สมหวังได้ผงาดชูถ้วยฟีฟ่าสมใจนึก…บางลำภู
ส่วน “ทีมชาติไทย” ของเรา โอกาสที่จะไปบอลโลก รอบสุดท้าย กะเค้ามั่ง ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เห็นกันหรือเปล่า!? (ในชาตินี้)
เพราะเรื่องของ “ฟุตบอล” ถ้าจะไปให้ถึงระดับนั้นได้ ไม่มีทางเรียนลัดแต่อย่างใด?
ทุกย่างก้าว ทุกขั้นตอน จำเป็นต้องมี “ยุทธศาสตร์” ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน
จึงจะประสบความสำเร็จได้ โดยไม่ต้อง “มโน” เอาเอง ดั่งที่ผ่านๆมา
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถามว่า “ฟุตบอลไทย” ของเรา มีบ้างหรือยัง!?
โดยเฉพาะ “วิชั่นส์” ในการพัฒนาทีมชาติ ณ ปัจจุบัน เป็นแบบไหน ยังไง ใครรู้ช่วยตอบหน่อยเถอะ!
เอาเป็นว่าตอนนี้ อย่าเพิ่งไปฝันเฟื่องเรื่อง “ฟุตบอลโลก” อะไรนั่นเลย
เพราะนับวัน มันยิ่งห่างไกลตัวเรา ออกไปทุกที
เอาแค่ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ “อาเซียน ฮุนได คัพ 2026” หรือที่เราชอบเรียกว่า “บอลโลกอาเซียน” กันก่อนดีกว่า
ว่าเป้าหมายของทีมช้างศึก คืออะไร?
ในเมื่อทัวร์นาเมนต์นี้ จะเริ่มกันแล้วหลังจบบอลโลก ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.69 เป็นต้นไป
ซึ่งโจทย์ใหญ่ของทีมชาติไทย ที่ต้องแก้กันทุกครั้งคือเรื่องของการเรียกตัวผู้เล่นมาลุยศึก ค่อนข้างทำได้ลำบาก
เนื่องจากทัวร์นาเมนต์นี้ ไม่ได้อยู่ในปฏิทิน “ฟีฟ่าเดย์”
ดังนั้นสโมสรมีสิทธิ์ที่จะไม่ปล่อยผู้เล่นตัวเองมารับใช้ชาติ เพราะเป็นช่วงเตรียมทีม “ปรีซีซั่น” พอดี
คนที่น่าเห็นใจมากที่สุด ก็คือ “แอนโธนี่ ฮัดสัน” กุนซือเมืองผู้ดี
ที่มีหน้าที่จัดทัพช้างศึกชุดใหญ่ ให้ออกมาดูดีและเหมาะสมกับสถานการณ์มากที่สุด เท่าที่จะทำได้
ท่ามกลางสภาวะกดดัน (สุดๆ) กับผลงานของตัวเอง ที่ยังไม่เคยทำทีมชาติไทยแพ้ใครก็จริง
แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวมที่ออกมาแต่ละแมตช์ ยังดูไม่เข้าตากรรมการเอาเสียเลย
เผลอๆจะถอยหลังลงคลอง ซะด้วยซ้ำไป
โดยข่าวที่ออกมาตอนนี้ ก็คือจากรายชื่อที่ โค้ชฮัดสัน เลือกมาประมาณ 50 คน
เบื้องตันสโมสรต้นสังกัดได้ตอบกลับมาแล้ว ปรากฎว่า มีเหลือให้ใช้งานได้ประมาณ 23-25 คน
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวเก๋า ผสมกับดาวรุ่งจากทีมชาติยู 23 อีกบางส่วน
เรียกว่าเมื่อถึงเวลาแข่งแทบไม่ต้องตัดตัวกันเลย เพราะอาจจะเหลือนักเตะในทีมไปแข่งแต่ละแมตช์พอดีเป๊ะ!
ทำให้การตั้งเป้าที่จะหวังผลเลิศ ด้วยการทวงแชมป์อาเซียนคืนกลับมา
ดูแล้วครั้งนี้ น่าจะลำบากหน่อย!
ฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทัวร์นาเมนต์ “อาเซียนคัพ” อาจจำต้องเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ซึ่งเราเคยหวังถึงแชมป์ลูกเดียว
ต่อไปนี้ น่าจะใช้เป็นเวทีพัฒนาดาวรุ่งให้มีประสบการณ์ในระดับนานาชาติซะมากกว่า
โดยเฉพาะนักเตะช้างศึกพลังหนุ่มยู 23 ต้องเน้นใช้งานให้มากที่สุด
ไม่ว่าจะเป็น “เจ้ามิกซ์” ยศกร บูรพา , “ซีโฟร์” คคนะ คำยก , “เจ้ากอล์ฟ”เสกสรรค์ ราตรี
รวมไปถึง ชวัลวิทย์ แซ่เล้า , "พิชิตชัย เศียรกระโทก ,ชัยพล อดทน และ อูแซมมา เทียงคาม
ผู้เล่นเหล่านี้ ถ้าต้นสังกัดไฟเขียวปล่อยตัวมา ต้องให้ยืนเป็นตัวหลักแทบทุกนัด
เพราะแข้งพลังหนุ่มคืออนาคตของทีมชาติเจเนอเรชั่นใหม่ ที่จะสร้างทีมไปคัดบอลโลก 2030 ในอีกไม่ช้า
ผลแพ้ชนะที่จะเกิดขึ้นเป็นเรื่องรอง
แต่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ต้องทำความเข้าใจกับแฟนบอลทั่วประเทศให้เข้าใจ
ว่าแนวทางการสร้าง และพัฒนาทีมชาติของเราเป็นแนวนี้นะ
ขอให้ทุกคนอดทน และให้กำลังใจน้องๆทุกคน ได้พัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ นับจากนี้เป็นต้นไป
ช่วยกันเปลี่ยนวิกฤติปัญหาการเรียกตัวในอาเซียนคัพ ให้กลายเป็นโอกาส
และอนาคตของทีมชาติไทย...กันเถอะครับ !!!
- บี บางปะกง -
หมายเหตุ: การโฆษณาบนเว็บไซต์ www.7mth.mobi จัดทำตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างฝ่ายสองฝ่ายตามสัญญา 7MTH ไม่รับประกันความเป็นจริงของข้อมูลโฆษณาดังกล่าว 7M ไม่รับผิดชอบในการซื้อขายหรือการทำธุรกรรมใดๆ ระหว่างคุณและลูกค้าโฆษณา
เวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย 7MTH.mobi © 2003-2026