
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสอง ค่ำคืนแห่งยุโรปที่แอนฟิลด์ กลับเป็นปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมเยือนที่บุกมาย้ำแค้นลิเวอร์พูลอีกคำรบ ด้วยสกอร์ 2-0 ผ่านเข้ารอบตัดเชือกไปได้ ส่วนเจ้าถิ่นที่กดยิงถึง 21 ครั้งกลับไร้สกอร์ อย่างน่าเสียดาย
และต่อไปนี้คือสิ่งที่เด็กหงส์ปลอมตัวอย่างผมอยากจะบอก
1. ตัวจริงที่ทำให้ผมอึ้ง
จากเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดที่ถล่มฟูแล่ม 2-0 ผมคิดว่า อาร์เน่อ สล็อต น่าจะส่ง ริโอ เอ็นกูโมอา กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลงตัวจริง เพราะทั้งคู่กำลังโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรง แถมกดประตูได้ทั้งสองคน
แต่เมื่อรายชื่อ 11 ตัวจริงถูกประกาศออกมา ปรากฏว่าทั้ง "น้องอ้า" และ "พี่โม" เป็นเพียงตัวสำรอง
เข้าใจว่าพี่แกคงต้องการส่งกองหน้าขนานแท้อย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค กับ อูโก้ เอกิติเก้ ลงตัวจริงพร้อมกัน เพื่อประสิทธิภาพในการเจาะตาข่าย
2. ไม่ใช่หน้าคู่อย่างที่คิด
ตอนแรกคิดว่าลิเวอร์พูลจะวางหัวหอกสองคนนะครับ
พอเห็นการยืนตำแหน่งในสนามก็พบว่า กุนซือหงส์แดงมิได้จัด "หน้าคู่" เหมือนที่คาด
ย้ำว่าไม่ใช่หน้าคู่แน่นอน
ระบบคือ 4-2-3-1 โดยให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค สวมบทหัวหอกคนเดียว พลางถ่าง "เอกิ" ออกไปทางขวา แล้วขยับ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ไปเป็น "หน้าซ้าย"
เบอร์ 10 คือ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ขณะที่ โดมินิค โซโบซไล เป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง
3. ครึ่งแรกจบ 0-0 ก่อนแปลงร่างครึ่งหลัง
หลังจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0 พลพรรคหงส์แดงก็แปลงร่างเป็น "เรด แมชชีน" ด้วยการบีบสูงและเข้าบดบี้อย่างรวดเร็ว ก่อนบุกกระหน่ำผู้มาเยือนอยู่ข้างเดียว
ลิเวอร์พูลกดเปแอสเชจนตั้งหลักไม่ติด ต่อบอลทำเกมไม่ได้ และโงหัวไม่ขึ้น เพราะได้แต่เตะทิ้ง
อืมมม... นี่มัน "เฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล" ที่เคยเห็นชัดๆ
4. ซาลาห์ลงมาเกมรุกวูบวาบ แต่ประตูไม่มา
นับตั้งแต่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลงมาแทน อูโก้ เอกิติเก้ ที่บาดเจ็บในระหว่างครึ่งแรก เกมรุกของลิเวอร์พูลก็วูบวาบและมีชีวิตชีวามากขึ้นอย่างชัดเจน
เช่นเดียวกับตอนที่ส่ง โคดี้ กัคโป ลงมาเป็นกองหน้าแทนดาวเตะค่าตัว 125 ล้านปอนด์ที่เพิ่งหายเจ็บ
ตลอดครึ่งหลัง พวกเขาพยายามบุกแล้วบุกเล่าแบบพายุถล่ม ปัญหาคือทำประตูแรกไม่ได้เท่านั้นเอง
คำถามคือ ในเมื่อแพ้มา 0-2 ในนัดแรก แล้วทำไมไม่ "เฮฟวี่ เมทัล" เพื่อบุกขย่มคู่แข่งแบบบ้าคลั่งตั้งแต่เริ่มเกมเลย?
ทำไมถึงเพิ่งมาแปลงร่างเป็น "เครื่องจักรสีแดง" ในครึ่งหลัง อันนี้เด็กหงส์อย่างผมก็ไม่เข้าใจจริงๆ
ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ และไม่เข้าใจ
5. เกมรับเปแอสเชเหนียวแน่น ลิเวอร์พูลสิ้นเปลืองโอกาส
แม้จะถูกกดดันจนตกเป็นฝ่ายตั้งรับ โดยแทบจะต้องใช้ผู้รักษาประตูช่วยหายใจ
ทว่าเกมรับของ "แชมป์เก่า" ก็เหนียวแน่นและแข็งแกร่งแบบเกินห้ามใจจริงๆ โดยเฉพาะคู่เซ็นเตอร์แบ็กที่ช่วยกันสกัดและเคลียร์จังหวะอันตรายได้อย่างสะอาดหมดจด
มิหนำซ้ำ ผู้รักษาประตูก็น่าจะแดกกาวตราช้างมา 3 หลอดก่อนลงเฝ้าเสา
ขณะเดียวกันเจ้าถิ่นก็ใช้โอกาสอย่างสิ้นเปลือง โดยตลอดทั้งเกม พวกเขามีโอกาสจบสกอร์ถึง 21 ครั้ง
แต่กลับโยนโอกาสเหล่านั้นทิ้งลงชักโครกที่แอนฟิลด์
สุดท้ายก็ถูกทีมคุณภาพคับตูดอย่างเปแอสเชลงโทษจน "คาบ้าน" ไปตามระเบียบ
เรื่องมันจึงเอวังลงด้วยประการฉะนี้แล
หมายเหตุ: การโฆษณาบนเว็บไซต์ www.7mth.mobi จัดทำตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างฝ่ายสองฝ่ายตามสัญญา 7MTH ไม่รับประกันความเป็นจริงของข้อมูลโฆษณาดังกล่าว 7M ไม่รับผิดชอบในการซื้อขายหรือการทำธุรกรรมใดๆ ระหว่างคุณและลูกค้าโฆษณา
เวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย 7MTH.mobi © 2003-2026